ทำไมออนเซ็นญี่ปุ่นถึงห้ามรอยสัก? — มุมมองตรงจากคนท้องถิ่น

TL;DR — เซ็นโต้ ออนเซ็น และสระว่ายน้ำส่วนใหญ่ในญี่ปุ่นไม่อนุญาตให้คนมีรอยสักเข้าใช้บริการ สาเหตุหลักมาจากภาพจำที่ว่า “รอยสัก = ยากูซ่า (แก๊งอาชญากรรม)” ที่ฝังรากลึกมานาน แม้ทัศนคติจะเริ่มเปลี่ยนแปลงในช่วงหลัง แต่กฎระเบียบของหลายสถานที่ยังคงเข้มงวดอยู่ ความทรงจำวัยเด็กในเซ็นโต้ ตอนเด็กๆ บางทีก็ได้ไปเซ็นโต้ (銭湯) แถวบ้านกับครอบครัว ทั้งที่บ้านมีห้องน้ำอยู่แล้ว แต่ทำไมถึงต้องไปเซ็นโต้? ตอนนี้คิดย้อนกลับไปก็รู้สึกว่ามันมีความพิเศษบางอย่าง — ได้แช่อ่างน้ำร้อนขนาดใหญ่อย่างสบายๆ และได้ดื่มเครื่องดื่มอร่อยๆ หลังอาบน้ำ มันเป็นความรู้สึกพิเศษที่ต่างจากชีวิตประจำวัน สิ่งที่ชอบที่สุดหลังอาบน้ำคือนมกาแฟขวดแก้วเย็นๆ จนถึงตอนนี้เป็นผู้ใหญ่แล้ว ยังรู้สึกว่าเครื่องดื่มเย็นๆ หลังเหงื่อออกนี่ดีที่สุดเลย วิธีดื่มคือเปิดจุกขวด จับขวดด้วยมือข้างหนึ่ง แล้วเอามืออีกข้างเท้าเอว แล้วดื่มซึมซาบ — ชอบความรู้สึกนั้นมากๆ โตขึ้นแล้วไปเซ็นโต้น้อยลง แต่ยังไปออนเซ็น (温泉) กับครอบครัวปีละสองสามครั้ง ทั่วญี่ปุ่นมีแหล่งออนเซ็นที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เลยกลายเป็นหนึ่งในวัตถุประสงค์การท่องเที่ยวไปด้วย เซ็นโต้กับออนเซ็น ต่างกันอย่างไร? ตรงนี้แหละที่คนต่างชาติมักสับสนตอนอธิบาย เซ็นโต้ (銭湯) คือโรงอาบน้ำสาธารณะที่ใช้น้ำประปาต้มร้อน สมัยก่อนบ้านหลายหลังไม่มีห้องน้ำในตัว เลยมีเซ็นโต้กระจายอยู่ทั่วเมือง ปัจจุบันแม้ห้องน้ำในบ้านจะเป็นเรื่องธรรมดา เซ็นโต้ก็ยังคงอยู่ในฐานะสถานที่ “ทำความรู้จักกันแบบเปลือยๆ กับเพื่อนบ้าน” ในเชิงวัฒนธรรม ออนเซ็น (温泉) คือสถานที่ที่ใช้น้ำพุร้อนธรรมชาติจากใต้ดิน ญี่ปุ่นมีภูเขาไฟมาก เลยมีออนเซ็นผุดขึ้นทั่วประเทศ มักอยู่ตามโรงแรมญี่ปุ่นสไตล์ (ริวกัง) หรือแหล่งท่องเที่ยว น้ำมีสีและกลิ่นต่างกันแล้วแต่แร่ธาตุ บางคนเชื่อว่ามีสรรพคุณเพื่อสุขภาพด้วย สิ่งที่ทั้งสองแบบมีเหมือนกันคือวัฒนธรรม “อาบน้ำเปลือยกาย” ไม่ใส่ชุดว่ายน้ำ ซึ่งมักเป็นด่านแรกที่นักท่องเที่ยวต่างชาติต้องข้ามผ่าน วิธีเข้าใช้บริการเบื้องต้น สำหรับคนที่ยังไม่เคย ขอสรุปขั้นตอนคร่าวๆ ...

ซาลารีแมนญี่ปุ่นนอนหลับข้างถนนในโตเกียว — เกิดอะไรขึ้น?

TL;DR — ในย่านบันเทิงอย่างชินจุกุและชิบูย่า บางครั้งจะเห็นซาลารีแมนที่ดื่มจนเกินขนาดแล้วหลับข้างถนน ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่ปลอดภัย แต่ตอนกลางคืนในย่านบันเทิงมีความเสี่ยงถูกขโมยกระเป๋าสตางค์หรือกระเป๋าได้ มีกรณีอุบัติเหตุจากการนอนใกล้ถนนด้วยเช่นกัน ดังนั้นควรระวังตัวอยู่เสมอ ภาพที่เห็นในคืนโตเกียว ถ้าเดินในชินจุกุหรือชิบูย่าตอนกลางคืน บางครั้งจะเห็นซาลารีแมนสวมสูทพิงกำแพงตึก หรือนอนอยู่ริมฟุตบาท ก็คิดว่า “โอเคไหมเนี่ย?” แต่ในญี่ปุ่นนี่ไม่ใช่เรื่องแปลก คนเดินผ่านกันเยอะมาก เหมือนชินชากับมัน รู้สึกแบบ “อ้อ อีกแล้ว” ไปเลย ซาลารีแมนญี่ปุ่นมีงานดื่มที่เกี่ยวกับงานค่อนข้างบ่อย ทั้งงานต้อนรับ-ส่งเพื่อนร่วมงาน งานเลี้ยงรับรองลูกค้า ฯลฯ (น่าเบื่อเหมือนกันนะ) ในบรรยากาศที่ปฏิเสธยากแล้วดื่มจนเกินขนาด ไม่แค่พลาดรถไฟสุดท้าย แต่รู้ตัวอีกทีก็นอนอยู่ข้างถนนแล้ว — คนที่เป็นแบบนี้มีอยู่ไม่น้อย และก็เข้าใจได้ว่าทำไม คนที่ถูกทิ้ง คนที่ได้รับความช่วยเหลือ ถ้ามีเพื่อนดื่มอยู่ด้วย บางทีก็จะมีคนพาขึ้นแท็กซี่แบบกึ่งบังคับ แต่ก็มีกรณีที่ทุกคนในกลุ่มไม่ไหวกันหมด หรือรู้ตัวอีกทีก็ถูกทิ้งไว้คนเดียวแล้วนั้น ในทางกลับกัน ก็มีคนใจดีที่แอบวางขวดน้ำไว้ข้างๆ คนเมาที่ไม่รู้จักกัน — รู้สึกว่านี่มันญี่ปุ่นมากๆ เลย ปลอดภัยไหม? อันตรายไหม? พูดกันว่า “ญี่ปุ่นปลอดภัย” — จริงอยู่ โดยรวมแล้วอาชญากรรมต่ำกว่าประเทศพัฒนาแล้วหลายแห่ง แต่ตอนกลางคืนในย่านบันเทิงเป็นอีกเรื่องหนึ่ง พอเมาแล้วหลับก็ไม่มีการป้องกัน เลยโดนขโมยกระเป๋าสตางค์หรือกระเป๋าได้ คิดว่า “เป็นญี่ปุ่นคงโอเค” แล้วตื่นมาเจอว่ากระเป๋าสตางค์หายไปคนเดียวก็มีนะ ที่น่ากลัวกว่านั้นคือการหลับใกล้ถนน มีข่าวบ้างที่คนเมาล้มลงบนถนนแล้วถูกรถชน “ถ้าหลับอยู่ก็ปลอดภัย” ไม่ใช่แบบนั้น นั่นแหละที่น่ากลัวเรื่องอุบัติเหตุแบบนี้ เรื่องของตัวเอง ขอโทษที่เล่าเรื่องน่าอาย แต่จริงๆ แล้วตัวเองก็เคยเป็นแบบนั้นเหมือนกัน หลังงานดื่มที่บริษัท ตื่นมาตอนเช้าพบว่าตัวเองนอนอยู่ข้างต้นไม้ข้างถนนที่ไหนสักแห่ง จำได้ว่าเช้านั้นอากาศสดชื่นแปลกๆ แล้วก็รู้ตัวว่ากระเป๋าที่พกมาหายไปแล้ว ...